ผู้เทรด FX ที่มีโอกาสชนะให้ความสนใจกับราคาสูงสุด-ต่ำสุดและการรับรู้สภาพแวดล้อม
บทความนี้คือ『ทำไมนักเทรด FX ที่สามารถทำกำไรได้ถึงชนะต้องยึดติดกับจุดสูงสุด-ต่ำสุด?|อิทธิพลแห่งตลาด』อธิบายโดยละเอียดที่นี่ |
ทำความเข้าใจความหมายของจุดสูงสุดและจุดต่ำสุด
ในเรื่องความหมายของคำพูด จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดถูกนิยามดังนี้
สูงสุด=อัตราแลกเปลี่ยนที่สูงที่สุดในช่วงเวลาหนึ่ง
ต่ำสุด=อัตราแลกเปลี่ยนที่ต่ำที่สุดในช่วงเวลาหนึ่ง
ก็คือ ตามจริงแล้วก็เพียงพอๆ กันนั่นแหละครับ สูงกับต่ำเป็นค่าไว้ใช้งานเท่านั้น
ด้านล่างนี้ได้แสดงกราฟของจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดไว้
เป็นรูปแบบที่พบบ่อยในหนังสือ FX ใช่ไหมครับ
ต่อไปในหัวข้อถัดไปจะอธิบายว่าทำไมจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดถึงถูกสร้างขึ้น
รูปคลื่นที่สร้างด้วยจุดสูงสุดและจุดต่ำสุด
เมื่อใช้จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดนั้น จะเห็นคลื่นรูปแบบต่างๆได้
ตลาดเคลื่อนไหวขึ้นหรือลง แต่ยอดสูงที่ทะยานขึ้นคือจุดสูงสุด และฐานที่ลดลงคือจุดต่ำสุด
คลื่นสามารถตรวจสอบได้ในกราฟทั้งกราฟนาที กราฟชั่วโมง และกราฟรายวัน
ยิ่งช่วงเวลายาวขึ้น คลื่นก็ยิ่งใหญ่ และความต่างระหว่างสูงสุดกับต่ำสุดยิ่งใหญ่
โดยสรุปจะมีกราฟที่แสดงคลื่นในรูปแบบดังนี้
กราฟนี้ก็เป็นรูปคลื่นที่พบบ่อยด้วยใช่ไหม
ดังที่เห็นในรูป ตลาดจะขึ้นลงตลอดเวลา และสร้างคลื่นอยู่เสมอ
แล้วทำไมตลาดถึงเคลื่อนไหวด้วยคลื่นแบบนี้ล่ะครับ
มีเหตุผลใหญ่อยู่สองข้อ
ข้อหนึ่ง คือมีผู้ที่ซื้อและผู้ที่ขายอยู่
ข้อสองคือ เมื่อซื้อมาแล้วต้องขายในที่สุด ส่วนที่ขายไปแล้วก็ต้องซื้อกลับในทีหลัง
เหตุผลทั้งสองนี้ทำให้เกิดคลื่นในตลาด
หากบอกแบบนี้ ดูเหมือนคำตอบจะเป็นเรื่องธรรมดาใช่ไหม
อย่างไรก็ตามถ้าคุณเข้าใจเหตุผลทั้งสองอย่างอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณเข้าใจจิตวิทยาตลาดและจิตวิทยากลุ่มบนชาร์ต ซึ่งเป็นจุดสำคัญมากในการเทรด
พื้นฐานเบื้องหลังจุดสูงสุด-ต่ำสุดที่ถูกสร้างขึ้น (จิตวิทยาตลาดและจิตวิทยากลุ่ม)
แล้วเหตุใดอัตราจึงสร้างคลื่นไปขึ้นลงไปเรื่อยๆ
เราจะอธิบายทีละกรณีโดยดูจากกราฟด้านล่าง
① นักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ที่มีทุนมหาศาลรวมถึงผู้เล่นใหญ่จำนวนมากเริ่มทำการซื้อและดันราคาขึ้นไป เหมือตอกไข่เริ่มเล่นเกม
② บางส่วนของผู้ค้าทำการกำไรจากตำแหน่งซื้อและผู้ค้าแนวรับ-แนวต้านที่เข้าสนับสนุนราคาเกิดการปรับตัวลง
③ ผู้ค้าขนาดใหญ่ที่เห็นว่ามีคนซื้อเริ่มเข้ามาซื้อเพิ่มเติม และนักเทรดแบบแนวรับ-แนวต้านที่จบการทำกำไรก็ปิดสถานะ และราคาก็ยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อผู้เทรดที่เห็นการขึ้นมาซื้อก็เข้ามาอีก ทำให้เกิดการขึ้นอย่างรวดเร็ว
④ เช่นเดียวกับข้อ ② บางส่วนของตำแหน่งกำไรและนักเทรดแนวรับ-แนวต้านเข้ามา ราคาก็ปรับตัวลงอีก
⑤ นักเทรดมือใหม่ที่พลาดท่าและติดตามกระแสคิดว่าราคาจะขึ้นต่อ พยายามเปิดสถานะซื้อเพิ่มและเข้ามา
〔A〕เมื่อกลุ่มนักลงทุนสถาบันทํากำไรหรือปิดสถานะ ตอบรับด้วยการขาย ราคาก็เริ่มทรุดลง
〔B〕นักเทรดขนาดใหญ่เริ่มเข้าสู่โหมดขายมากขึ้น แต่ผู้เริ่มต้นที่ยังไม่เห็นข้อความนี้คิดว่าราคาจะขึ้นต่อ จึงเข้าไปซื้อ
〔C〕นักเทรดขนาดใหญ่เพิ่มเติมเข้ามาขาย ราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้เริ่มต้นที่ซื้อไปมักจะกลัวและตัดขาด ทำให้การขายลุกลามไปต่อและราคากดลงอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลานี้นักเทรดระดับกลางถึงสูงก็เข้าขายและทำให้ราคายิ่งลดลง
การรับรู้สภาพแวดล้อมด้วยจุดสูงสุด-ต่ำสุด
ดังที่เห็น แถวของกราฟที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ของอำนาจซื้อและอำนาจขาย
ด้วยเหตุนี้ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมคือการวิเคราะห์ 'ความสัมพันธ์อำนาจระหว่างการซื้อต่อขาย' และจุดสูงสุด-ต่ำสุดคืออัตราที่ตลาดตัดสินใจ โดยมีอำนาจซื้อ-ขายต่อสู้กันและกำหนดจุดเริ่มต้นของคลื่น
จุดสำคัญของความตกลงของอำนาจซื้อ-ขายนี้คือ จุดอัตราสำคัญที่จะเป็นจุดเริ่มต้นคลื่นบนกราฟ
เป็นเรื่องสำคัญมาก ดังนั้นสรุปไว้ดังนี้
〇การรับรู้สภาพแวดล้อมคือการวิเคราะห์ 'ความสัมพันธ์อำนาจของตลาด'
〇ตอนนี้เป็นภาวะซื้อขายหรือไม่? เป็นภาวะขายหรือไม่? หรือไม่ใช่ทั้งสองอย่าง? ต้องวิเคราะห์
นั่นคือ จุดสูงสุด-ต่ำสุด=『อำนาจซื้อ-ขายที่ตัดสินใจกันแล้ว』『จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดคลื่น』
จำเป็นต้องทราบให้ชัดเจน
วิธีการกำหนดสูงสุด-ต่ำสุดมีอธิบายในบทความด้านล่างให้เข้าใจง่าย
⇒【วิธีกำหนดจุดสูงสุด-ต่ำสุดในการเทรด FX อย่างไม่สับสน! Swing High-Swing Low】
ในบริบทของการรับรู้สภาพแวดล้อม จึงมีเคล็ดลับในการรู้ว่าตอนนี้เป็นภาวะซื้อหรือขายอยู่ในระดับราคาที่มักอิงกับการดันราคาหรือการรีบกลับของราคาที่ถือไว้
จุดสูงสุด-ต่ำสุดประกอบด้วย สูงสุดปกติ ต่ำสุดปกติ และ ต่ำสุดที่ดันราคาขึ้น และ สูงสุดที่กลับราคาลง ซึ่งเมื่อทำการรับรู้สภาพแวดล้อม จำเป็นต้องวิเคราะห์แยกสองกรณีนี้
เกี่ยวกับต่ำสุดที่ดันและสูงสุดที่กลับ ราคาจะอธิบายในบทความด้านล่าง
⇒【วิธีดูสัญญาณแนวโน้มเปลี่ยนทิศหรือยืนยันต่อด้วยการอัปเดตต่ำสุดที่ดันและสูงสุดที่กลับ】
จุดสูงสุด-ต่ำสุดที่ได้รับความสนใจ
สุดท้ายนี้ มาระบุจุดสูงสุดและต่ำสุดที่ได้รับความสนใจบนชาร์ต
จุดสูงสุด-ต่ำสุดนั้นมีหลายช่วงเวลา (ช่วงแบ่ง) ที่ถูกเน้น
ในภาพรวม แบ่งเป็นสี่ป้องจุดสูงสุด-ต่ำสุดที่สำคัญให้เข้าใจ
จุดสูงสุดและต่ำสุดที่แสดงบนกราฟ (พื้นที่แบ่งของกราฟ)
จุดสูงสุดและต่ำสุดล่าสุด (ช่วงแบ่งล่าสุด)
จุดสูงสุด-ต่ำสุดของแท่งเทียน (ช่วงแบ่งรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน)
สูงสุด-ต่ำสุดของตลาดโตเกียว ลอนดอน นิวยอร์ก (ช่วงแบ่งตามตลาด)
สรุป
สุดท้ายนี้ สรุปจุดสำคัญของจุดสูงสุด-ต่ำสุด
【จุดสูงสุด-ต่ำสุดคืออะไร?】
สูงสุด = ราคาสูงสุดในช่วงที่กำหนด
ต่ำสุด = ราคาต่ำสุดในช่วงที่กำหนด
【คลื่นรูปแบบ】
จิตวิทยาตลาดและจิตวิทยาผู้คนทำงานร่วมกันทำให้ราคาขึ้นลงและเกิดคลื่น
เมื่อคลื่นเกิดขึ้น จุดสูงสุดและต่ำสุดก็จะเกิดขึ้น
【พื้นฐานของการรับรู้สภาพแวดล้อม】
การรับรู้สภาพแวดล้อมคือการวิเคราะห์ 'ความสัมพันธ์อำนาจของตลาด'
เพื่อการวิเคราะห์นี้ จำเป็นต้องทราบ
จุดสูงสุด-ต่ำสุด=『ค่าที่อำนาจซื้อและขายตัดสินใจกัน』『จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดคลื่น』
อย่างชัดเจน
การรับรู้สภาพแวดล้อมที่ถูกต้องคือก้าวแรกในการทำกำไรที่มั่นคง
หลังจากอ่านบทความนี้จบ ลองดูกราฟราคาที่ไม่มีอินดicator ใดๆ ที่เป็นกราฟแท่งเทียนเรียบๆ เท่านั้น
แล้วลองตรวจสอบจุดสูงสุดและต่ำสุดบนกราฟนั้น
ลองจินตนาการดูว่าในกราฟนั้นจุดสูงสุดและต่ำสุดมีเรื่องราวอะไรบ้างที่เกิดขึ้น
หากทำเช่นนี้ คุณจะเห็นว่าคุณควรเทรดที่ไหน
ถ้าคุณเริ่มใส่ใจถึงจุดสูงสุด-ต่ำสุดที่คุณละเลย จะยกระดับการเทรดของคุณได้มาก ลองทำดูนะครับ
หากต้องการดูบทความอื่นๆ โปรดดูที่
บล็อก EakFXดูได้ที่